<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟฟ้า &#039;บีทีเอส-สายสีทอง-บีอาร์ที&#039; แจ้งปิดให้บริการ 3 ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ค.2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ครั้งที่ 9/2564 ซึ่งมี ได้ประกาศขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, นนทบุรี, นครปฐม, ปัตตานี, นราธิวาส, ยะลา และสงขลา งดเดินทางระหว่างเวลา 21.00 &amp;ndash; 04.00 น. เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ จึงขอปรับเวลาปิดให้บริการ รถไฟฟ้าบีทีเอสในทุกสถานี ทั้งสายสุขุมวิท&amp;nbsp;และสายสีลม รถไฟฟ้าสายสีทอง รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที เป็นเวลา 21.00 น. ซึ่งผู้โดยสารเข้าระบบรถไฟฟ้าก่อน 21.00 น. จะมีรถไฟฟ้าส่งถึงปลายทางทุกสถานี อีกทั้ง บริเวณลานจอดแล้วจร (สถานีหมอชิต) จะปรับเวลาปิดให้บริการเป็นเวลา 22.00 น. โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนเวลาเปิดให้บริการยังคงเดิมตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อดูแลผู้โดยสารด้วยดีมาตลอดพร้อมให้บริการด้วยความมั่นใจ ตระหนักถึงความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน และขอส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างหนักมาเป็นเวลายาวนาน รวมถึงประชาชนชาวไทย ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากไปด้วยกัน ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่านที่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการเดินรถครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109261</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ปิดให้บริการ, ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097c29caf020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอส เอาด้วย พร้อมให้ซื้อตั๋วผ่านโครงการ &#039;คนละครึ่ง&#039; และ &#039;เพิ่มกำลังซื้อ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มิ.ย.2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่าในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;เป็นวันแรกซึ่งประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วม โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; เฟส 3 และโครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; จะสามารถใช้เงินสนับสนุนจากทางภาครัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) &amp;nbsp;และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการสัมผัสเงินสด และสร้างความปลอดภัย มั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐบาลขอความร่วมมือ &amp;nbsp;ซึ่งผู้โดยสารที่มีการลงทะเบียนในโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; เฟส 3 และ โครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; จะสามารถเริ่มชำระ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าสายสีทอง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งประเภทบัตรโดยสารที่รับชำระผ่านทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ บัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) สามารถมาติดต่อขอรับสิทธิได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มผู้ได้สิทธิในการใช้ เพื่อชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า มีดังนี้ 1.ผู้โดยสารถือบัตรประชาชน2.ผู้โดยสารถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.ผู้โดยสารที่โหลดแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2617 6000 Line Official : @btsskytrain หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application &amp;lsquo;BTS SkyTrain&amp;rsquo; และแฟนเพจ Facebook : รถไฟฟ้าบีทีเอส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108266</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, รถไฟฟ้าบีทีเอส, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, เพิ่มกำลังซื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608df0db5d54c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงเทพธนาคม&#039;ถก &#039;บีทีเอส&#039; ยื่น3ข้อเสนอแก้ปัญหาหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมผู้บริหาร ได้ เข้ารับฟัง และร่วมหารือกับ ผู้บริหารกรุงเทพธนาคม (เคที) นำโดยนายปิยะ พูดคล่อง ประธานกรรมการบริษัท &amp;nbsp;นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริหาร &amp;nbsp; &amp;ldquo; เรื่องแนวทางแก้ไขภาระหนี้ การเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทางเคทีและทางบีทีเอส ได้นัดหารือ เรื่องของปัญหาหนี้สิน ที่ทางบีทีเอสได้ดำเนินการเดินรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยาย (สำโรง-เคหะฯ) รวมระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี ซึ่งทางบริษัทฯ ยังไม่ได้ค่าจ้างเดินรถ ได้ทวงถามจำนวนหนี้กว่า 30,000 หมื่นล้านบาท จากการหารือ คณะกรรมการบริหารของเคที ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามติดตามทวงถาม ซึ่งเบื้องต้น ทางสภากรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ฝ่ายบริหารกทม. พล.ต.ต. อัศวิน ขวัญเมือง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งหนังสือไปทางรัฐบาลแล้วทั้ง 2 &amp;nbsp;ฝ่าย ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยในเรื่องนี้ &amp;nbsp;ตามแนวทาง &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;ข้อ ดังนี้1.ขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 2. วิธีร่วมลงทุนตามคำสั่ง คสช. (ปี 2562) &amp;nbsp;3. ให้กทม. โอนกลับไปให้ รฟม.บริหารงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; บีทีเอสไม่ได้เป็นห่วงเรื่องสัมปทาน แต่เราห่วงเรื่องของหนี้สิ้นที่เกิดขึ้นซึ่งมียอดที่สูงมาก เนื่องจากบริษัทบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นบริษัทมหาชน เราต้องมีคำตอบให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งขณะนี้มีประชาชนถือหุ้นอยู่ แสนกว่าราย &amp;nbsp;ตัวบีทีเอส กรุ๊ปฯ &amp;nbsp;เคที และกทม. แน่นอนอยากจะให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอุปสรรค ไม่อยากให้ประชาชนเดือนร้อน ตอนนี้ก็มีการคุยกันว่าทำอย่างไร ระหว่างที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เราต้องเดินรถต่อไปให้ได้&amp;rdquo; นายสุรพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่เราไม่ได้รับค่าจ้าง มันก็มีค่าใช้จ่าย เกิดขึ้นทุกวัน วันนี้ยังไม่ได้ขอยุติ เพียงแต่หารือกัน ว่ามีแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายหรือไม่ ประกอบด้วยขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวไรโคโรนา2019 (COVID-19) &amp;nbsp;และผู้โดยสารของรถไฟฟ้าลดจำนวนไปค่อนข้างมาก จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดเที่ยววิ่งลง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายน้อยลง อีกแนวทางหนึ่งคือ กทม.หรือเคที จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งนับตั้งแต่สถานีสำโรง สถานีแรกที่เปิดให้บริการ จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 4 &amp;nbsp;ปี แล้ว ที่ทางบริษัทฯ ยังไม่ได้เก็บค่าโดยสารเลย &amp;nbsp;เบื้องต้นทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย &amp;nbsp;ทางบีทีเอส และทางกรุงเทพธนาคม จะกลับไปคุยในรายละเอียดทั้ง เรื่องข้อดี ข้อเสีย &amp;nbsp;และจะกลับมาคุยกันใหม่ อีกครั้ง ในอีก &amp;nbsp;2 สัปดาห์ ข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เรายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่เราจะพยายามอย่างดีที่สุด ทำทุกวิถีทางให้ไม่กระทบต่อผู้โดยสารมากที่สุด และจะไม่หยุดการเดินรถอย่างแน่นอน เราขอเรียนว่า ที่เราทำทั้งหมด เราไม่ได้ต้องการสัมปทาน เราอยากให้ทุกคนทราบว่า ที่เราให้บริการเดินรถรับจ้างแล้วเราไม่ได้รับความยุติธรรม ส่วนเรื่องสัมปทานเป็นเรื่องการเจราของทางรัฐบาล และกทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104050</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, แก้ไขหนี้สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abccc329735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอสลุยเพิ่มความถี่การเดินรถรับมาตรการ Social Distancing</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12ม.ค.64 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทวีความรุนแรงมาอีกระลอกนั้น เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดให้แก่ผู้โดยสาร และสร้างความมั่นใจในการใช้บริการ แม้ว่าในขณะนี้จำนวนผู้โดยสารจะลดลง บริษัทฯ ยังคงนำขบวนรถไฟฟ้าออกวิ่งให้บริการมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มการให้บริการด้วยความถี่สูงสุดเป็น 2 นาที 25 วินาที จากเดิม 2 นาที 40 วินาที ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมมาตรการ Social Distancing นอกเหนือจากมาตรการลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp;คัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการในระบบ อุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส พร้อมทั้งคัดกรองสุขภาพของเจ้าหน้าที่พนักงาน ทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมหน้ากากอนามัย และถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;ให้ผู้โดยสารทุกท่านต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า และตลอดเวลาที่ใช้บริการ ไม่นำหน้ากากลงมาไว้ใต้คาง พร้อมทั้งงดการพูดคุยภายในขบวนรถไฟฟ้า หลีกเลี่ยงการหันหน้าเข้าหากัน เว้นระยะห่างในการยืน และนั่งภายในขบวนรถไฟฟ้า และชานชาลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp;จัดจุดบริการแอลกอฮอล์ ทุกทางเข้า-ออกสถานี พร้อมเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วม ภายในสถานีทุกชั่วโมง และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;nbsp;จัดบริการแอลกอฮอล์เคลื่อนที่ บนชั้นชานชาลาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;nbsp;ขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านลงทะเบียน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; เมื่อเข้า และออกจากขบวนรถไฟฟ้าขบวนนั้น ๆ ด้วยการพิมพ์หมายเลขรถไฟฟ้า 4 หลัก ลงใน Application &amp;lsquo;BTS SkyTrain&amp;rsquo; หรือ Line official : @btsskytrain&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านโปรดเผื่อเวลาในการเดินทาง เพื่อกระจายการเดินทาง &amp;nbsp;ลดความหนาแน่น &amp;nbsp;บริษัทฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89547</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าบีทีเอส, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd34cc85c80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีทีเอส&#039;ลุยฆ่าเชื้อในสำนักงาน-สถานีรถไฟฟ้าเชิงรุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่า เพื่อเป็นการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ฝ่ายอาคารฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดขั้นสูงสุด เพื่อทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงจุดสัมผัสสาธารณะทั้งหมดทุกชั้นเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแบบเชิงรุก ตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารสำนักงาน ทุกวัน เข้มงวดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เช็ดทำความสะอาดภายในอาคารทุกชั่วโมง ทั้งก่อนเริ่มงาน ระหว่างวัน และหลังปิดทำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีรถไฟฟ้า เข้มมาตรการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมตลอดทั้งวันในทุกสถานี ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณราวจับบันได/บันไดเลื่อน, ลิฟต์, บริเวณหน้าห้องจำหน่ายตั๋ว, เครื่องจำหน่ายตั๋ว, ที่แตะบัตรโดยสาร (Gate) เน้นย้ำมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในขบวนรถฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในขบวนรถไฟฟ้าทุกขบวนที่สถานีปลายทาง สถานีคูคต (N24) และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ (W1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงจอด ศูนย์ซ่อมบำรุง ทำความสะอาด ภายในขบวนรถไฟฟ้าหลังปิดบริการ ฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในอู่จอดรถไฟฟ้าทุกวันก่อนนำออกให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ตระหนักถึงความปลอดภัยของพนักงาน และผู้โดยสารมาโดยตลอดขอให้ทุกท่านช่วยกันดูแลตนเองตามมาตรการต่าง ๆ และขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย เราจะสู้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าเชื้อ, รถไฟฟ้าบีทีเอส, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7d8e5237bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอสทดสอบเดินรถไฟฟ้า  4  สถานีใหม่ฉลุยเตรียมบุคลากรพร้อมเปิดถึงคูคตปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 2562 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2562 &amp;nbsp;บริษัทฯได้นำขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส เข้าดำเนินการทดสอบเดินรถ ใน 4 สถานีใหม่ ได้แก่ สถานีพหลโยธิน24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในการทดสอบการเดินรถนั้น บริษัทฯได้นำรถไฟฟ้าวิ่งทดสอบในราง (Test Track) &amp;nbsp;พร้อมทดสอบระบบรวม (System Integration Test) เช่น ระบบอาณัติสัญญาณ &amp;nbsp;ระบบการสื่อสาร เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานทุกระบบสอดคล้องกัน มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย โดยภาพรวมการทดสอบเดินรถไป-กลับระหว่าง 4 สถานี ผลเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีข้อบกพร่อง ทั้งนี้การทดสอบดังกล่าวทางบริษัทฯจะดำเนินการทดสอบทุกวันนอกช่วงเวลาเร่งด่วนจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และหลังจากนั้นบริษัทฯ จะเปลี่ยนรูปแบบการทดลองเป็นการเดินรถเสมือนจริง (Trial Running) เพื่อทดสอบภาพรวมของการให้บริการอีกครั้ง ก่อนจะเปิดให้บริการประชาชนภายในเดือนธันวาคม 2562 ตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการจะช่วยแบ่งเบาปัญหาจราจรบนถนนพหลโยธินให้ลดน้อยลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริษัทฯยังเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่สถานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวม 100 กว่าอัตรา ในการให้บริการผู้โดยสาร พร้อมจัดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้น ทั้งด้านการให้บริการ &amp;nbsp;ด้านความปลอดภัย รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดให้บริการไปถึงสถานีคูคต ในปี 2563 นี้ &amp;nbsp;สำหรับจำนวนขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัทฯให้บริการในระบบปัจจุบันมีทั้งสิ้น 84 ขบวน ส่วนขบวนใหม่ที่ได้ทำสัญญาจัดซื้อ จำนวน 46 ขบวน จาก บริษัทซีเมนส์ จำกัด จำนวน 22 ขบวน ได้รับมอบครบทั้งหมดแล้ว &amp;nbsp;และจากบริษัท ซีอาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำนวน 24 ขบวน &amp;nbsp;ขณะนี้รับมอบแล้วจำนวน 10 ขบวน เหลืออีก 14 ขบวน จะส่งมอบแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2563 &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯมีขบวนรถไฟฟ้าที่สามารถรองรับการให้บริการ รวมทั้งหมด 98 ขบวน ซึ่งจะช่วยให้การเดินรถทุกเส้นทางมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบเดินรถ, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด  (มหาชน), สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, ฺบีทีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7bd58661a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15 ก.พ.นี้ บีทีเอสแจ้งผู้ใช้บัตรแรบบิทลงทะเบียนแสดงตัวตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62-นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ถือบัตรแรบบิทขอให้มาลงทะเบียน แสดงตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC) อันเนื่องมาจากบัตรแรบบิทเข้าข่ายเป็นการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กำหนดให้จำเป็นต้องแสดงตัวตน โดยการลงทะเบียนด้วยข้อมูลที่กำหนดไว้ตามพรบ.ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสารให้นำบัตรแรบบิทพร้อมบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง กรณีชาวต่างชาติ ไปลงทะเบียนด้วยตนเอง เมื่อทำการซื้อ เติมมูลค่าเงิน หรือเติมเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ห้องจำหน่ายตั๋วรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ทุกสถานี หรือศูนย์บริการแรบบิท ที่สถานีสยาม โดยหลังจากลงทะเบียนบัตรแรบบิทแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์ โดยในกรณีบัตรแรบบิทสูญหาย จะสามารถแจ้งระงับการใช้งานบัตร และสามารถขอคืนมูลค่าเงินและเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่คงเหลือในบัตรได้ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียน, บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ, บัตรแรบบิทขอให้มาลงทะเบียน แสดงตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC), สุรพงษ์  เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c57f5a9ab2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
